Cart empty

Knowledge & FAQ

โรคผิวหนังจากแสงแดด

 

 

แสงแดด เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลายในโลกนี้ แสงแดดให้ทั้งความอบอุ่นและพลังงาน หากไร้ซึ่งแสง ก็คงจะไม่มีต้นไม้ ไม่มีออกซิเจนให้เราใช้หายใจ

ในมนุษย์เรา พบว่าแสงก็มีความสำคัญมากเช่นกัน แสงแดดมีความสำคัญในการสร้างวิตามิน ดี ซึ่งเป็นวิตามินที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกระดูก หากขาดแสงแดดนาน ๆ เช่น คนไทยที่ผิวคล้ำไปอาศัยอยู่ในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ก็อาจทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อนขึ้นมาได้ หากคนเราได้รับแสงแดดน้อยเกินไปอาจมีปัญหานอนไม่หลับ หรือภาวะซึมเศร้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่อยู่ไกลจากเส้นศูนย์สูตร ในฤดูหนาวประชากรมักเป็นโรคซึมเศร้าได้บ่อย ผลของการที่โดนแดดที่ผิวหนังคือ ผิวหนังจะแดงขึ้น คือเป็นภาวะผิวไหม้นั่นเอง ในคนบางคน ผิวอาจจะคล้ำขึ้นทันที บางคนต้องโดนแดดต่อเนื่องระยะหนึ่งแล้วผิวจะค่อย ๆ คล้ำขึ้น

แสงแดดมีส่วนประกอบสำคัญหลายส่วนด้วยกัน โดยช่วงคลื่นที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวมากที่สุด คือ แสงอัลตราไวโอเล็ต แสงอัลตราไวโอเล็ตจะมีมากที่สุดช่วงแดดจัด ๆ ตั้งแต่ 10.00 – 15.00 น. ดังนั้น จึงควรหลบแดดช่วงดังกล่าว

การที่ผิวคล้ำ เกิดจากเม็ดสีเมลานินที่สร้างขึ้นโดยเซลล์สร้างเม็ดสี เม็ดสีมีความสำคัญในการให้สีกับผมและผิวหนัง และป้องกันอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเล็ต เมื่อผิวโดนรังสีอัลตราไวโอเล็ตเป็นเวลานาน ๆ หลายปี จะทำให้เกิดความผิดปกติของผิวหนัง เกิดสีกระดำกระด่าง กระ ฝ้า หรืออาจจะทำให้เกิดเป็นมะเร็งผิวหนังชนิดต่าง ๆ ได้ ส่วนมะเร็งไฝที่เกิดจากการโดนแดด จะเกิดในผิวฝรั่งเป็นส่วนใหญ่ การใช้ยากันแดดที่ป้องกันรังสียูวี จะสามารถช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็งผิวหนังได้

ฝ้าเป็นผื่นสีน้ำตาลที่ใบหน้า โดยเฉพาะที่บริเวณแก้ม จมูก หน้าผาก คาง ตลอดจนแขน บริเวณที่ถูกแสงแดด รอยโรคเกิดขึ้นช้า ๆ และมักเป็นเท่ากันที่ 2 ข้างของใบหน้า โรคนี้พบบ่อยในหญิงวัย 30 – 40ปี แต่ปัจจุบันเริ่มพบมากขึ้นในผู้ชาย ซึ่งอาจเป็นเนื่องจากผู้ชายไม่ค่อยสนใจกับปัญหานี้ จึงไม่มาพบแพทย์

กลไกที่แท้จริงในการเกิดฝ้า ยังไม่ทราบแน่ชัด บริเวณรอยโรคพบว่าไม่มีจำนวนของเซลล์สร้างเม็ดสีต่างจากปกติ แต่เซลล์เหล่านี้จะสร้างเม็ดสีเพิ่มขึ้นกว่าปกติ สาเหตุของฝ้า เชื่อว่าน่าจะเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือแสงแดด รังสีอัลตราไวโอเล็ตเอและบีเป็นตัวกระตุ้นหรือทำให้เป็นฝ้ามากขึ้น นอกจากนั้น ฮอร์โมนก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ฝ้าเป็นมากขึ้น เนื่องจากพบว่าสตรีตั้งครรภ์หรือรับประทานยาคุมกำเนิดจะเป็นฝ้าได้ง่าย หลังคลอดหรือหลังหยุดยาดังกล่าว ฝ้ามักจะจางลงไป จึงเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเพศน่าจะเป็นตัวการที่ทำให้เกิดฝ้า

ปัจจัยทางพันธุกรรมก็มีส่วนสำคัญกับการเกิดฝ้า เนื่องจากพบอุบัติการณ์ของฝ้าในครอบครัวเดียวกับผู้ป่วยถึงร้อยละ 20 – 70 อย่างไรก็ตาม อุบัติการณ์นี้อาจเป็นอิทธิพลของพันธุกรรมหรือเป็นจากสิ่งแวดล้อมยังไม่ทราบแน่ชัดเครื่องสำอางและยาก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้าได้ ยาบางชนิด เช่น ยากันชัก หากรับประทานมักจะเกิดผื่นดำคล้ายฝ้าที่บริเวณใบหน้า การแพ้ส่วนผสมบางชนิดในเครื่องสำอาง เช่น สารให้กลิ่นหอมหรือสี อาจทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน

การดูแลผิวที่ดีจะต้องระวังไม่ให้เกิดผิวไหม้แดด ในขณะเดียวกันก็ต้องโดนแสงแดดบ้าง เพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุน หากเป็นคนไม่ชอบผิวคล้ำก็จะต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีสูงเพื่อชดเชยในเรื่องกระดูก

 

ดร.น.พ. เวสารัช เวสสโกวิท สถาบันโรคผิวหนัง

-----

แหล่งที่มา : สถาบันโรคผิวหนัง www.inderm.go.th